เจาะลึกรายละเอียด Veeam CDP feature ของ Veeam v11

326
326

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว IT วันนี้กลับมาพบกันอีกครั้งกับ Cloud HM Blog สาระน่ารู้เกี่ยวกับวงการ Enterprise IT นะครับ จากที่เคยติดค้างกันในเรื่อง Veeam Continuous Data Protection หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า Veeam CDP ที่เป็น Feature น้องใหม่ล่าสุดที่ออกมาพร้อมกับ Veeam Version 11 นะครับเดี๋ยววันนี้ผมจะมาลงรายละเอียดให้ทุกท่านได้ทราบทั่ว ๆ กันนะครับ

Veeam Continuous Data Protection คืออะไร?

Continuous data protection (CDP) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับ VM (ตอนนี้ยังรองรับเฉพาะจากค่าย VMware) ที่มีความสำคัญกับระบบหรือ การทำงานของบริษัทมาก ๆ สำคัญขนาดไหน? ขนาดที่ว่าข้อมูลไม่ควรจะสูญหายเลย ถ้าสูญหายก็ยอมรับได้ในระดับวินาที หรือไม่กี่นาทีเท่านั้น นอกจากเรื่องของ RPO ที่เกือบจะเข้าใกล้ 0 แล้ว CDP ยังมี RTO ที่ต่ำครับ ในกรณีที่เกิดปัญหาจริง ๆ จะสามารถ Switch ไปใช้งาน VM ที่เป็น Replica ได้ทันที

สำหรับการใช้งานก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน คล้าย ๆ กับการ Replication ของ Veeam คือ Data Replication และ Data Recovery ครับ มาดูกันที่ส่วนแรกก่อน คือ

Data Replication
ขั้นตอนแรกของการ Run Job CDP จะสร้าง VM replica ขึ้นมา และจะคอย Update สถานะข้อมูลของ Replica ให้เป็นปัจจุบันมากที่สุดครับCDP จะทำการ Read และ Process I/O เพื่อที่จะ Replicate โดยใช้ตัวช่วยจาก vSphere API ในการกรอง I/O (VAIO) ทำให้ไม่ต้องสร้าง Snapshot เหมือนกับ Replication แบบเดิม เมื่อไม่มีการทำ Snapshot แล้ว“RPO ที่ได้จากการทำผ่าน CDP เมื่อเทียบกับ Replication Job ทั่วไปจะน้อยกว่ามาก ๆ จนเกือบจะเป็น 0 เลยทีเดียวครับ”การเก็บ Restore point ของ Replication Job ทั่ว ๆ ไปจะเกิดจากการทำ Snapshot ใช่ไหมครับ แต่ของ CDP จะแตกต่างไปนิดหน่อยครับ ข้อมูลของ I/O จะถูกเก็บไว้ที่ Datastore ปลายทางซึ่งก็จะมีความเกี่ยวข้องกันกับ Short-term restore point โดย Short-term restore point จะช่วยให้คุณสามารถ Recover VM ย้อนกลับตอนที่สถานะก่อนหน้า อาจจะ 10 วินาทีก่อน หรือ 2 นาทีก่อน (ขึ้นอยู่กับคุณตั้งค่า RPO ไว้เท่าไหร่) โดยข้อมูลการตั้งค่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นพิเศษมีระยะเวลาในการ Restore ได้มากสุดอยู่ที่ 24 ชั่วโมง ถ้าคุณต้องการที่จะย้อนข้อมูลไปให้เก่ากว่านั้น Veeam จะแนะนำให้คุณสร้าง Restore point เพิ่มซึ่งสามารถย้อนข้อมูลไปในระดับชั่วโมง หรือวันได้ เราเรียก Restore point แบบนี้ว่า Long-term restore point ครับ

ป.ล. ทุก ๆ Restore Point ที่สร้างขึ้นมาจะกินพื้นที่ Datastore ฉะนั้น รบกวนคำนวณให้ดี ๆ นะครับ ว่า Datastore ของท่านมีพื้นที่รองรับเพียงพอหรือไม่นะครับ

ทั้งหมดที่กล่าวนี้ คือการตั้งค่าของ CDP Policy นั่นเองครับ

Data Recovery
สำหรับขั้นตอนการ Recover VM ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจาก Short-term หรือ Long-term restore point คุณจะต้องใช้การ Fail over ไปยัง Replica VM ที่มีการสร้าง CDP Policy ไว้ครับโดยเมื่อสั่ง Fail over ไปแล้ว Replica จะทำหน้าที่แทน Original VM ของคุณ ให้คุณได้ใช้งานก่อนในระหว่างที่รอการแก้ไข Original VM หลังจากที่ Original VM ได้รับการแก้ไขแล้ว คุณสามารถที่จะสั่ง Fail back เพื่อนำข้อมูลส่วนต่างกลับไปยัง Original VM ได้ครับ แต่ถ้ากรณีที่ Original VM ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือเอาไม่ขึ้น คุณสามารถสั่ง Permanent failover ซึ่งจะเป็นการย้ายการใช้งานจาก Original VM ไปที่ Replica VM แบบถาวรนั่นเองครับ
แต่เหรียญก็ต้องมี 2 ด้านเสมอ เรามาดูข้อจำกัดการบ้างนะครับ ว่า Feature  ดีขนาดนี้ต้องแลกมากับอะไรบ้าง

Veeam CDP มีข้อจำกัดในการใช้อย่างไรบ้าง?

  • CDP ใช้ได้กับ VM ที่ Power On อยู่เท่านั้น
  • VM 1 เครื่อง/1 CDP Policy แต่คุณสามารถ Replication แบบธรรมดาที่มีการทำ Snapshot เพื่อสร้าง Restore Point ได้ (ต้องทำหลังจากที่ CDP Policy สร้าง Restore Point แรกเสร็จแล้วนะ)
  • ไม่สามารถ Power ON VM Replica แบบ Manual ได้
  • ไม่สามารถ Migrate Storage ของ VM Replica ได้ แต่การ Migrate Host ยังสามารถทำได้ปกติ
  • ไม่รองรับกับ Shared disks, Physical RDM (Raw Device Mapping) และ SCSI bus sharing  แต่สามารถใช้กับแบบ vRDM disks ได้
  • ใช้กับ Cisco HyperFlex ไม่ได้ทั้งต้นทาง และปลายทาง
  • จำนวนของ Disk ที่รองรับสูงสุดต่อ 1 VM คือ 50 ก้อน และสำหรับ 1 host อยู่ที่ 500 ก้อน
  • Data encryption จะไม่รวมในส่วนของ Traffic ระหว่าง ESXi host กับ VMware CDP proxy

จะใช้ CDP ต้องเตรียม Infra อย่างไร?

  • CDP มีให้ใช้อยู่แล้วถ้าใช้ License แบบ VUL ใครไม่รู้จักรูปแบบ License VUL อ่านเพิ่มเติมที่นี่ได้เลย แต่ถ้าคุณใช้เป็นแบบ Socket-base ต้องใช้ License ที่เป็น Enterprise Plus เท่านั้นครับ
  • สำหรับ Datastore ส่วนใหญ่ Brand ชั้นนำทั่ว ๆ ไปสามารถใช้ได้ แต่ถ้าไม่แน่ใจ คุณสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Veeam CDP Source and Target.
  • ESXi Host ทุกอันใน Cluster จะต้องเป็น Version เดียวกันทั้งหมด โดยมี Version เป็น 6.5 ขึ้นไป สำหรับ vCenter ที่ใช้ Manage Cluster นั้น ๆ จะเป็น Version เดียวกับ ESXi Host หรือสูงกว่าก็ได้
  • VM ตัวนึงจะใช้ CDP Policy ได้กับ Backup Server ตัวเดียวเท่านั้น ถ้ามี Backup Server ตัวที่สองแล้วจะใช้ CDP Policy กับ VM ที่ผูกกับ CDP Policy ของ Backup Server ตัวที่หนึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถทำได้
  • Backup Server ต้องมี RAM อย่างน้อย 16 GB
  • VM ที่จะทำ CDP จะต้องไม่มี Snapshot ในขณะที่ CDP Policy Run เป็นครั้งแรก
  • ความเร็วของ Network ระหว่าง Infra ที่แนะนำในการทำ CDP ขั้นต่ำอยู่ที่ 1 Gbps แต่ที่แนะนำให้ใช้จะอยู่ที่ 10 Gbps ขึ้นไป MTU 9000
  • ต้องเตรียม CDP Proxy อ่านเพิ่มเติมที่ VMware CDP Proxy.

หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้ที่ Continuous Data Protection (CDP) – Veeam Backup Guide for vSphere

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ Feature ใหม่ที่โดดเด่นของ Veeam v11 หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์และนำไปปรับใช้กับองค์กรอย่างเหมาะสมกันนะครับ สำหรับชาว IT ท่านใดที่ยังไม่มี Backup หรือกำลังมองหา Backup Offsite เรา Cloud HM มีให้บริการ cloudBackup ให้สำหรับคนที่สนใจนะครับ หรือจะมองเป็นการทำ DR Site ก็มีให้เลือกตามความต้องการครับ หากสนใจบริการ Veeam สามารถติดต่อ Cloud HM ได้ที่นี่ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Veeam Backup หรือ Veeam Replication
ขอบคุณครับ

— Cloud HM