On-Cloud vs On-Premise แบบไหนดีกว่ากัน?

28,276
28,276

On-Cloud vs On-Premise แบบไหนดีกว่ากัน?

ระบบทั้งสองแบบไม่ว่าจะเป็น On-Cloud หรือ On-Premise ต่างก็เป็นการใช้งานบนระบบ Server ด้วยกันทั้งคู่ แล้วจริง ๆ แล้วความต่างของ 2 สิ่งนี้คืออะไร? วันนี้เรามาดูให้เห็นภาพกัน

On-Premise คือ ระบบ Server ที่ตั้งอยู่ที่ Site ของคุณเอง โดยต้องลงทุนก้อนใหญ่ เพื่อทำการเผื่อไว้ให้สามารถใช้ได้ 3-5 ปี ตามที่ Server รับประกันมา นอกจากนี้ก็ต้องทำการติดตั้ง บำรุงรักษา และ Upgrade เองอยู่เสมอ หากครบ 3-5 ปีแล้ว ก็ต้องมาตัดสินใจว่าจะต่อ MA หรือจะซื้อ Hardware ใหม่ (ส่วนใหญ่ก็จะทำการซื้อ Hardware ใหม่ เพราะไม่ค่อยไว้ใจ Hardware ที่อยู่มานานกัน) ทีนี้ก็จะกลับไปวนลูปเดิมแล้ว คือ ซื้อ-ติดตั้ง-ดูแล วนไปเรื่อย ๆ

On-Cloud คือ ระบบ Server ที่คุณทำการเช่าใช้กับผู้ให้บริการ Cloud ซึ่งจะจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน ตาม Resource (CPU, RAM, HDD) ที่ต้องการใช้เท่านั้น โดยผู้ให้บริการะจะเป็นผู้ดูแล Hardware และ Upgrade ให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีปัจจุบันอยู่เสมอ เรียกได้ว่า คุณแค่เพียงใช้งานภายในเครื่อง Server เท่านั้น ภายนอกเราดูแลให้ทั้งหมด หากผ่านไปเพียง 6 เดือน นับตั้งแต่เริ่มใช้งาน Cloud แล้ว ธุรกิจของคุณมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้จำเป็นต้องเพิ่ม Resource อย่างทันที จุดนี้เป็นจุดแข็งของ Cloud ที่ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถไปต่อได้อย่างไม่มีสะดุด เพราะสามารถเพิ่มได้ทันทีตามที่คุณต้องการ

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่าง On-Premise กับ On-Cloud

oncloudonpremise
(Source)

เห็นความแตกต่างทางด้านรูปแบบการใช้งานดูแลไปแล้ว อีกจุดสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยในการเลือกใช้งานก็คือ “การลงทุน” ขอยกตัวอย่างภาพง่าย ๆ ด้านบน โดยปกติแล้วทุกคนจะคิดว่าค่าใช้จ่ายในการใช้งาน Server แบบ On-Premise ก็จะมีในเรื่องของ Hardware และ Software เป็นหลัก แต่อย่าลืมว่ายังมีค่าใช้แอบแฝงอีกมากมาย คือ ค่า Implement ระบบ, Maintenance ระบบ, จ้าง IT ดูแลระบบ, Training IT , ค่าไฟค่าแอร์ และยังมีค่า MA ที่ต้องต่อทุก ๆ ปี

หากเปรียบเทียบกับ On-Cloud แล้ว ต้องจ่ายเพียงแค่ค่า Subscribe ต่อเดือน นอกนั้นไม่ต้องทำอะไรแล้ว ใช้งานได้ทันที แต่! ก็ไม่ใช่ว่า On-Cloud จะไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเลย ยังมีอยู่แน่นอน แต่น้อยกว่าการใช้งานแบบ On-Premise ค่อนข้างเยอะ

จะดีกว่าไหม? ถ้าคุณสามารถใช้เวลาที่มีอยู่นำไปสร้างสรรค์และต่อยอดสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นตามเป้าหมาย และใช้เวลาน้อยกว่าในการจัดการกับ Infrastructure ของคุณ ด้วยระบบ “Cloud”

โดยสุดท้ายนี้ผู้เขียนขอสรุปข้อดีของการใช้งาน On-Cloud แทนการใช้ On-Premise ดังนี้ค่ะ

1. ลดค่าใช้จ่ายทางด้าน IT (Reduced IT Costs)

โดยปกติหากใช้งานในรูปแบบ On-Premise ทางองค์กรจำเป็นต้องซื้อ Hardware และ Software ทั้งชุดมาตั้งไว้ที่บริษัท และหากต้องการให้มีระบบ Redundancy เพื่อป้องกันในกรณีที่ Server หลักพัง ก็จำเป็นต้องมี Hardware และ Software ทั้งชุดอีกชุดนึง โดยค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 ล้านบาท และจำเป็นต้องจ่ายทั้งก้อนทีเดียวก่อนเริ่มใช้งาน

แต่หากเป็นรูปแบบ On-Cloud ทางผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องซื้อ Hardware และ Software เองแต่อย่างใด และเปลี่ยนรูปแบบจากการลงทุนทั้งก้อน (CAPEX) มาเป็นการเช่าใช้งานจ่ายเป็นรายเดือน (OPEX)

2. ประสิทธิภาพ (Efficiency)

หากพูดถึงประสิทธิภาพในการทำงานระหว่าง On-Premise (ที่เป็น Private Cloud) และ On-Cloud (ที่เป็น Public Cloud) การใช้งาน On-Cloud กับผู้ให้บริการ Cloud (CSP) นั้นจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า เพราะทางผู้ให้บริการจะมีการ Update ระบบทั้ง Hardware และ Software ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ทำให้องค์กรที่ใช้งานกับ CSP สามารถ Focus ที่การ Go to Market และพัฒนา Application ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่อง Infrastructure

3. รองรับการขยาย เพิ่ม/ลด ได้ทันที (Scalability & Flexibility)

การใช้งาน Public Cloud สามารถเพิ่ม/ลด Resource ตามที่ต้องการได้ทันที โดยจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเพียงแค่ที่ใช้งานจริงเท่านั้น ต่างกับ On-Premise ที่ต้องมีการซื้อ Resource ต่าง ๆ มาเผื่อไว้ในกรณีที่ต้องการขยาย เพราะโดยปกติหากต้องการเพิ่มจะมีระยะเวลาในการสั่งซื้อและติดตั้งอย่างต่ำ 1 เดือนขึ้นไป

4. ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity)

ผู้ให้บริการ Cloud หรือ Cloud Service Provider (CSP) จะมี Data Center หลายแห่ง เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ของลูกค้า และการันตี SLA ที่ให้คำมั่นกับลูกค้าไว้ว่าระบบจะสามารถใช้งานได้ 99.9% ขึ้นไป หรือ Down ได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง 45 นาที ต่อปี รวมถึงมีการทำ Backup ระบบให้ลูกค้าเสมอ ซึ่งหากระบบ On-Premise ต้องการทำให้ระบบใช้งานได้ต่อเนื่องเท่า ๆ กับ CSP นั้น จำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล 

ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า Server ทุกรูปแบบควรจะใช้ Cloud กันหมด ขึ้นอยู่กับธุรกิจและประเภทของ Server ที่ใช้งานว่าเหมาะกับการใช้งานบน On-Premise หรือ On-Cloud มากกว่ากัน ตรงนี้ต้องลองพิจารณากันตามความเหมาะสม หรือ หากต้องการที่ปรึกษาทาง Cloud HM เอง ก็มีผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยให้คำปรึกษาได้ อย่ารอช้า! ติดต่อเรา ได้เลย

นอกจากนี้ทาง Cloud HM ก็มีการให้บริการ Cloud Platform ครบวงจร ทั้ง Domestic Cloud และ Global Cloud เพื่อตอบสนองความต้องการรอบด้านของลูกค้า ดังนี้

  1. Enterprise Cloud
  2. DevOps Cloud
  3. Amazon Web Services
  4. Microsoft Azure
  5. Google Cloud Platform
  6. Huawei Cloud


— Cloud HM