เจาะกลยุทธ์ Virtualization Platform: อนาคต IT Infrastructure 2026

11
virtualization-platform-strategy-2026-exit-plan
11

Virtualization Platform: รากฐานเชิงกลยุทธ์และจุดเปลี่ยนสำคัญของ IT Infrastructure 2026

ในองค์กร Virtualization Platform ถือเป็นโครงสร้างหลักของระบบไอที มันคือกลไกที่เชื่อม Physical Resources ทั้งหมด ให้กลายเป็น IT Infrastructure ที่ยืดหยุ่นขึ้น จัดการได้ง่าย เพราะเราสามารถทำให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์จริงที่องค์กรมีอยู่ ถูกแบ่งทรัพยากรและใช้งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเป็นเครื่องเสมือน (Virtual Machine) หลายระบบบนฮาร์ดแวร์เดียวกัน เพื่อรองรับการสเกล การสำรองข้อมูล และการกู้คืนระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Virtualization Strategy

เรียกได้ว่า Virtualization เป็นระดับ Foundation Layer ของ IT Infrastructure แทบทั้งหมด จุดนี้เป็นจุดที่ต้องรองรับทั้งความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) ความยืดหยุ่นในการสเกลระบบ ความเร็วในการจัดเตรียมทรัพยากร และความสามารถในการเคลื่อนย้าย workload ระหว่างระบบ On-Premises, Disaster Recovery Data Center (DR Site) และ Cloud Environment

Virtualization: มากกว่าแค่เทคโนโลยีรวมเซิร์ฟเวอร์

แต่ตอนนี้คือเราไม่ควรมองแค่ว่า Virtualization Platform เป็นเพียงเทคโนโลยีสำหรับรวมเซิร์ฟเวอร์ ลดจำนวนเครื่องจริง เพื่อประหยัดต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์และพลังงาน หรือช่วยให้การดูแลระบบง่ายขึ้นเท่านั้น แม้ประโยชน์เหล่านี้จะเป็นเหตุผลสำคัญในการเริ่มต้นใช้งาน Virtualization ก็จริงแต่สำหรับผู้นำไอทีในองค์กรเราที่ควรตั้งคำถามกันว่า “เราได้มอง Virtualization ในฐานะรากฐานเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจอย่างรอบด้านแล้วหรือยัง”

ความเปลี่ยนแปลงของตลาด Virtualization ที่องค์กรไม่อาจมองข้าม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาด Virtualization มีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น การเปลี่ยนโมเดลรายได้ การควบรวมกิจการ และการปรับแนวทางการให้บริการภายหลังการเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ซึ่งเรื่องพวกนี้มันมีผลต่อ ความคาดหวังและต้นทุนขององค์กรผู้ใช้งานอย่างพวกเรา เราจึงต้องมาทบทวน Infrastructure และ Virtualization Strategy เพื่อให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

วิเคราะห์รายงาน Gartner: Turning Point ของตลาด Virtualization

จากรายงาน Gartner – Market Guide for Server Virtualization Platforms (October 2025)  ได้ระบุว่า ตลาด Server Virtualization กำลังเผชิญ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ” (the most significant disruption in decades) และถือเป็น “turning point” ของตลาด

Gartner วิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของผู้ให้บริการรายหลักในตลาด ส่งผลให้องค์กรจำนวนมากเผชิญกับ

  • ต้นทุนรวมการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership – TCO) ที่เพิ่มขึ้น
  • ความกังวลด้านคุณภาพและรูปแบบการสนับสนุน (Support Model)
  • ความไม่แน่นอนของ Product Roadmap
  • และความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์จากการพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว

ที่สำคัญ Gartner แนะนำให้ผู้นำด้าน Infrastructure และ Operations “create an exit plan from their existing hypervisor vendor, now” หมายความว่าองค์กรควรเราเตรียมทางเลือกไว้ล่วงหน้า แม้ยังไม่ตัดสินใจย้ายในทันที โดยนี่ไม่ใช่คำแนะนำเชิงเทคนิค แต่เป็นคำแนะนำเชิงกลยุทธ์

ประเด็นสำคัญคือ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่นอกเหนือขอบเขตการควบคุมขององค์กรผู้ใช้ ถึงทีมไอทีจะบริหารจัดการระบบรัดกุมแค่ไหน ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญา การปรับราคา หรือการเปลี่ยนแนวทางการสนับสนุนได้

สำหรับองค์กรในประเทศไทยเรา ความเสี่ยงแบบนี้ยิ่งมีผลชัดเจน เพราะ Virtualization Platform อย่างที่เราพูดถึงไปมันคือชั้นฐานของระบบสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Core Business Application, ERP, Database หรือระบบภายในที่เกี่ยวข้องกับรายได้โดยตรง การเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุนหรือสัญญาในระดับ Platform จึงไม่ได้กระทบแค่ทีมไอที แต่กระทบงบประมาณและเสถียรภาพทางธุรกิจโดยรวม

ภาพรวมตลาด Server Virtualization ในระดับโลก

นอกจากมุมมองเชิงกลยุทธ์จาก Gartner แล้ว เรามาดูภาพรวมเชิงปริมาณของตลาด Server Virtualization ในระดับโลก ก็เห็นได้ว่าอุตสาหกรรมนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้ก็ดูไม่ได้ชะลอตัวแต่อย่างใด

ที่มาของภาพ : https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/server-virtualization-market-report

 

ข้อมูลการวิจัยตลาดระบุว่า มูลค่าตลาด Server Virtualization ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ USD 9.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และมีแนวโน้มเติบโตไปถึงประมาณ USD 17.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 7.5% ในช่วงปี 2025–2033

ในเชิงภูมิภาค อเมริกาเหนือยังคงครองสัดส่วนรายได้สูงสุดของตลาด ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุด สะท้อนถึงการเร่งตัวของการทำ Digital Transformation และการนำ Hybrid / Multi-cloud Architecture ไปใช้ในหลายประเทศ

 

แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด (Key Market Drivers):

  • การขยายตัวของ Cloud Computing และ Infrastructure-as-a-Service (IaaS)
  • การใช้งาน Hybrid และ Multi-cloud ที่ต้องการความสามารถในการย้าย Workload อย่างยืดหยุ่น
  • ความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลด CapEx และ OpEx
  • ความจำเป็นด้าน High Availability และ Disaster Recovery ในระบบที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ

 

ดังนั้น Server Virtualization จึงยังคงเป็นกลไกหลักที่ช่วยให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรแบบยืดหยุ่น (Dynamic Resource Allocation) รองรับการเพิ่ม การลดทรัพยากรตามความต้องการแบบ Real-time และสนับสนุนการเคลื่อนย้าย Workload ระหว่าง On-Premises และ Cloud Environment ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงลดลง ตรงกันข้าม ความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมแบบ Hybrid และ Multi-cloud ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประเด็นด้านต้นทุน โครงสร้างสัญญา กลยุทธ์ของผู้ให้บริการ และการกำกับดูแลเชิงปฏิบัติการ กลายเป็นเรื่องที่องค์กรต้องพิจารณาในระดับกลยุทธ์มากกว่าที่เคย

หรือจะพูดอีกแบบคือ ตลาด Server Virtualization ยังเติบโต แต่บริบทของการแข่งขันและโมเดลคุณค่ากำลังเปลี่ยนไป และนี่คือเหตุผลที่องค์กรไม่ควรมอง Virtualization เป็นเพียงเทคโนโลยีพื้นฐาน หากแต่ควรมองเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานระยะยาวขององค์กร

 

ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์จากการพึ่งพา Virtualization Platform เพียงรายเดียว

การพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวมากเกินไป ไม่ได้เป็นแค่ “Vendor Lock-in” เชิงเทคนิค แต่คือ “Lock-in เชิงกลยุทธ์” โดยคำว่า Lock-in เชิงกลยุทธ์ นี้มันหมายถึงสถานการณ์ที่การตัดสินใจด้านสถาปัตยกรรมในอดีต ส่งผลจำกัดทางเลือกทางธุรกิจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุน ความยืดหยุ่นในการเจรจาสัญญา หรือความสามารถในการปรับตัวตามทิศทางตลาด

แม้รายงานของ Gartner จะบอกว่าผู้ให้บริการรายหลักยังคงมีส่วนแบ่งรายได้สูงในตลาด แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “fragmentation” หรือช่วงแตกตัวของทางเลือก ซึ่งหมายความว่า ทางเลือกใหม่กำลังเกิดขึ้น แต่หลายโซลูชันยังอยู่ในช่วงพัฒนาและปรับปรุงความสามารถ

ดังนั้น การตัดสินใจในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เพียงการ “ย้ายแพลตฟอร์ม” แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมให้รองรับความไม่แน่นอนในระยะยาว

 

Three Critical Impact Areas: 3 ด้านสำคัญที่ได้รับผลกระทบ

1) Contract และ Licensing Models

การปรับรูปแบบสัญญาและไลเซนส์เป็นตัวแปรที่สร้างความเสี่ยงสูง เพราะกระทบทั้งงบประมาณและการวางแผนระยะยาว องค์กรจำนวนมากเคยคุ้นกับโครงสร้างราคาแบบเดิมที่คาดการณ์ได้ แต่เมื่อโมเดลใหม่ถูกนำมาใช้ อาจทำให้ต้นทุน “ไม่เป็นเส้นตรง” และยากต่อการประเมินในช่วง 3–5 ปี

ที่น่ากังวลคือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักมาพร้อมเงื่อนไขใหม่ที่บังคับให้ต้องปรับโครงสร้างการใช้งาน ทั้งที่ความต้องการธุรกิจไม่ได้เปลี่ยน ในทางปฏิบัติ องค์กรบางแห่งเลือกตอบโจทย์ด้านต้นทุนด้วยการย้าย workload บางส่วนไปยัง Public Cloud แบบ Pay-as-you-go ขณะที่บางแห่งเลือกใช้ Hypervisor ทางเลือกที่มี Licensing Model ชัดเจนและคาดการณ์ได้มากกว่า

2) Support และ Service Approach

อีกด้านหนึ่งคือแนวทางการสนับสนุน ระดับบริการ ช่องทางการรับเคส เวลาในการตอบสนอง หรือแม้แต่ขอบเขตสิ่งที่ “ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบ” เมื่อแนวทาง support ถูกปรับ องค์กรอาจต้องแบกรับภาระความเสี่ยงการปฏิบัติการมากขึ้น เช่น เวลาฟื้นคืนระบบ (RTO) ยาวขึ้น หรือจำเป็นต้องลงทุนทีม/ทักษะภายในเพื่อชดเชยช่องว่างนี้

3) Post-merger Strategy และ Product Direction

หลังการควบรวมกิจการ ทิศทางผลิตภัณฑ์และนโยบายมักเปลี่ยนเร็ว ทั้งเรื่อง roadmap การรวมผลิตภัณฑ์ การยกเลิกบางความสามารถ หรือการผลักดันแพ็กเกจ/แนวทางใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมเดิมขององค์กร สิ่งนี้สร้างความไม่แน่นอนต่อการลงทุนที่ทำไปแล้ว และทำให้การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว “มีความเสี่ยงเชิงนโยบาย” แทรกเข้ามา

และในโลกจริง องค์กรเราจะมักเริ่มประเมินทางเลือกเมื่อเกิด “เหตุบังคับ” กัน อย่างเช่น เมื่อค่าใช้จ่ายพุ่งสูง สัญญาถูกปรับเงื่อนไข หรือมีข้อจำกัดใหม่ที่ทำให้การสเกลระบบทำได้ยาก แต่การตัดสินใจในช่วงเวลานั้น แน่นอน มักมาพร้อมแรงกดดัน เช่น เวลาไม่พอ ข้อมูลไม่ครบ ทีมเหนื่อยล้า และผู้บริหารต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้!!! ผลที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ คือองค์กรก็ต้องยอมรับทางเลือกที่ไม่ดีที่สุด เพราะต้องการหยุดความเสี่ยงเฉพาะหน้า มากกว่าสร้างความมั่นคงระยะยาว

เตรียม Strategic Options ไว้ก่อนที่เหตุบังคับจะมาถึง

จากย่อหน้าด้านบน หากเราไม่มีทางเลือกในวันที่ต้องตัดสินใจ เราก็จะตกอยู่ในโหมด Reactive รอให้เกิดแรงกดดันก่อน แล้วค่อยเร่งหา แต่แนวคิดที่ยั่งยืนกว่าคือการเปลี่ยนมุมมองเป็น Proactive แทนที่จะถามว่า “จะย้ายเมื่อไหร่” องค์กรควรถามว่า “เรามี Strategic Options อะไรบ้าง” และ “แต่ละทางเลือกมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน” มีคำตอบล่วงหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องลงมือเปลี่ยนทันที แต่จะเป็นการเตรียมความพร้อมและอิสระในการตัดสินใจเมื่อบริบทเปลี่ยนไป

การมี Strategic Options ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบเปลี่ยนแพลตฟอร์มทันที แต่หมายถึงการสร้าง “อิสระในการตัดสินใจ” (Decision Freedom) เมื่อบริบทของตลาด สัญญา หรือทิศทางผู้ให้บริการเปลี่ยนไป สอดคล้องกับคำแนะนำของ Gartner ที่บอกให้ผู้นำ Infrastructure และ Operations จัดทำ “exit plan” ล่วงหน้า องค์กรควรมองเรื่องนี้ในมุมของ Portfolio Strategy มากกว่าการทำ Migration Project เพียงครั้งเดียว

แนวทางการสร้างทางเลือกเชิงกลยุทธ์:

  • การทำ Application และ Dependency Mapping: เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า workload ใดสามารถย้ายหรือปรับเปลี่ยนได้ง่าย และ workload ใดจำเป็นต้องมีแผนเฉพาะ
  • การกำหนดมาตรฐานสถาปัตยกรรมที่สามารถย้ายและใช้งานข้ามแพลตฟอร์มได้ เช่น การแยกเลเยอร์ของ Application, Data และ Security ออกจากกัน เพื่อลดการผูกติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
  • การทดสอบแนวทางสำรองผ่าน Pilot Project หรือ Environment เฉพาะกลุ่ม: เพื่อสร้างข้อมูลจริงด้านต้นทุน ความเสี่ยง ความซับซ้อน และความพร้อมของทีม
  • การสร้างกลไก Governance: ให้การตัดสินใจเรื่อง Platform และ Architecture เป็นวาระระดับองค์กร ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของทีมปฏิบัติการ

แนวคิดทั้งหมดนี้ คือการออกแบบ Virtualization Strategy ในมุมมองแบบ Vendor-Agnostic เพื่อให้องค์กรมีอิสระในการประเมินความเสี่ยง เปรียบเทียบทางเลือก และตัดสินใจบนผลประโยชน์ของธุรกิจ มากกว่าการถูกจำกัดด้วยข้อผูกมัดของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาวิธีประเมินความเสี่ยง วาง Virtualization Strategy และเตรียม Strategic Options อย่างเป็นกลางโดยไม่ผูกติดกับ Vendor รายใดรายหนึ่ง ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Cloud HM พร้อมช่วยคุณวิเคราะห์และออกแบบแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรได้ สนใจติดต่อเราได้ที่ https://www.cloudhm.co.th/th/contact-us/

แหล่งที่มา

Gartner – Market Guide for Server Virtualization Platforms https://www.gartner.com/en/documents/7091130

Server virtualization market heats up as VMware rivals try to create alluring alternatives : https://www.theregister.com/2025/11/17/gartner_server_virtualization_guide/

Virtualization Software Market Size & Share Analysis – Growth Trends and Forecast (2026 – 2031) : https://www.mordorintelligence.com/industry-reports/virtualization-software-market

Gartner Server Virtualization Market Guide: Top VMware Alternatives and Migration Strategies

https://www.zstack-cloud.com/blog/gartner-server-virtualization-market-guide-top-vmware-alternatives-and-migration-strategies


GVR Report coverServer Virtualization Market Size, Share & Trends Report

Server Virtualization Market (2025 – 2033) https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/server-virtualization-market-report